
ชวนสำรวจ สถิติการเล่นพนัน ช่วงสงกรานต์
- J. Kanji
- 11 views

สถิติการเล่นพนัน ช่วงสงกรานต์ แม้จะยังไม่มีตัวเลขชัดเจนครบทุกมิติ แต่ข้อมูลที่มีสะท้อนตรงกันว่า วันหยุดยาวและการใช้เงินที่คึกคัก ทำให้ความเสี่ยงในการเล่นพนัน เพิ่มขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อคนมีเวลาว่างมากขึ้น และตัดสินใจใช้เงิน ตามบรรยากาศได้เร็วขึ้น
คำตอบคือ เม็ดเงินช่วงสงกรานต์ยังสูงมาก ทำให้พฤติกรรมใช้เงินมีโอกาส “หลุดแผน” ได้ง่ายขึ้น และเมื่อคนใช้จ่าย ตามบรรยากาศมากขึ้น ความเสี่ยงของการตัดสินใจแบบฉับพลัน ก็มักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
จุดตั้งต้นที่ต้องดูคือ เม็ดเงินในเทศกาลนี้สูงมาก และเมื่อเงินหมุนมากขึ้น ความเสี่ยงของการใช้จ่ายตามอารมณ์ ก็มักขยับตามไปด้วย ในปี 2026 มีการประเมินว่า เม็ดเงินช่วงสงกรานต์ จะอยู่ที่ 129.649 พันล้านบาท ลดลง 3.7% จากปีก่อน
แต่ก็ยังถือว่า เป็นเงินก้อนใหญ่ในระบบ ขณะเดียวกัน แบบสำรวจเดียวกันพบว่า 41.8% ยังตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมเล่นน้ำ และ 56.6% วางแผนอยู่ในจังหวัดตัวเอง สะท้อนว่า แม้คนจะระวังค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่บรรยากาศเทศกาล ก็ยังดึงคนให้ออกมาใช้เงินอยู่ดี (2 เมษายน 2026) [1]
มันสะท้อน “ความเสี่ยงแวดล้อม” ได้ชัดกว่าตัวเลขนับหัวตรงๆ เพราะข้อมูลสาธารณะของไทย ยังไม่พอจะสรุปได้เป๊ะว่า ช่วงสงกรานต์มีนักพนัน เพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ สิ่งที่พอเห็นได้จริง คือวันหยุดยาว ทำให้บรรยากาศการใช้เงิน เปิดกว้างขึ้น และทำให้คนบางกลุ่ม ขยับไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง ได้ง่ายกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่งคือ การเข้าถึงพนันออนไลน์ทำได้ง่าย และเร็วมาก ผ่านมือถือ และช่องทางดิจิทัล ที่อยู่ใกล้ตัวอยู่แล้ว พอการชักชวนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ช่วงเทศกาลจึงมีโอกาส กลายเป็นจังหวะที่พฤติกรรมเดิม ถูกเร่งขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะในคนที่มีแนวโน้ม จะเล่นอยู่ก่อนแล้ว
ยิ่งในช่วงเทศกาล ที่คนมีเวลามากขึ้น และไม่ต้องเร่งรีบ เหมือนวันทำงาน การกลับมาเล่นซ้ำ หลายครั้งในวันเดียว จึงเกิดได้ง่ายขึ้นกว่าปกติ พอรวมกับบรรยากาศที่ชวนให้ “ลองอีกนิด” หรือ “เอาคืนหน่อย” พฤติกรรมการใช้เงินแบบสะสม ก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ไวขึ้น โดยไม่รู้ตัว
เวลาคนมีวันหยุดพร้อมกันหลายวัน รูปแบบการใช้เงินมักเปลี่ยนจาก “ซื้อเท่าที่จำเป็น” ไปเป็น “ยอมจ่ายเพื่อความรู้สึก” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าเที่ยว ค่ากิน หรือค่าเสี่ยงโชคเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มากในตอนแรก
ตรงนี้ทำให้ แนวโน้มพฤติกรรมผู้เล่น ช่วงวันหยุด มักไม่ใช่การวางแผนระยะยาว แต่เป็นการตัดสินใจเร็วขึ้น ตามบรรยากาศ คนอยู่กับเพื่อน อยู่กับวงสังสรรค์ อยู่กับมือถือมากขึ้น และมีเวลาว่างมากขึ้น ปัจจัยพวกนี้ไม่ใช่หลักฐาน ว่าทุกคนจะเล่นพนัน แต่เป็นเงื่อนไข ที่ทำให้คนที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว “ขยับมือเร็วขึ้น” ได้ง่ายกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่งคือ การที่กิจกรรมหลายอย่าง เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น การสังสรรค์ การเดินทาง และการใช้เวลาว่างต่อเนื่อง ทำให้จังหวะการใช้เงิน ไม่ถูกตัดเหมือนวันทำงาน พอไม่มีช่วงหยุดคิด หรือพักการใช้จ่าย การตัดสินใจแบบต่อเนื่อง ก็ยิ่งเกิดง่ายขึ้น และพฤติกรรมเสี่ยง ก็มีโอกาสแทรกเข้ามา ได้บ่อยขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ค่อนข้างเสี่ยงขึ้น โดยเฉพาะฝั่งออนไลน์ มีผลสำรวจในกลุ่มอายุ 15-25 ปีทั่วประเทศ จำนวน 5,010 ตัวอย่าง ที่พบว่ามีคนรุ่นใหม่ เล่นพนันออนไลน์กว่า 3 ล้านคน และราว 1.4 ล้านคน อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะกลายเป็นนักพนัน ที่เป็นปัญหา (11 มกราคม 2024) [2]
อีกจุดที่น่าคิดมากคือ 97% ของกลุ่มตัวอย่าง บอกว่ามีคนรู้จักเล่นพนันอยู่แล้ว แปลว่าการพนันไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่แทรกอยู่ในเครือข่าย สังคมประจำวันด้วย พอเข้าสู่เทศกาล ที่คนคุยกันมาก แชร์กันมาก และชวนกันง่ายขึ้น ความเสี่ยงก็ยิ่งไม่ควรถูกมอง ว่าเป็นเรื่องเล็ก
อีกมุมหนึ่งคือ คนรุ่นใหม่มักใช้มือถือ เป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิง การสื่อสาร หรือการใช้เงิน พอทุกอย่างรวมอยู่ในอุปกรณ์เดียว การเปลี่ยนจากกิจกรรมทั่วไป ไปสู่การพนันจึงเกิดขึ้นได้เร็วมาก แค่ไม่กี่คลิกก็เข้าเล่นได้ทันที ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ลองเล่น” กับ “เล่นต่อ” บางลง
คนไทยไม่ได้ใช้เงินช่วงเทศกาล ด้วยเหตุผลเดียว บางคนจ่ายเพื่อความสุข บางคนจ่ายตามบรรยากาศ ทำให้การตัดสินใจเรื่องเงินเร็วขึ้น และมีโอกาสหลุดจากแผนเดิมมากขึ้น ถ้ามองในภาพรวม เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย จึงเป็นความสัมพันธ์ ที่เห็นได้ค่อนข้างชัด ในหลายปีที่ผ่านมา
ในปี 2025 มีการคาดว่า เม็ดเงินสงกรานต์จะอยู่ที่ 134.63 พันล้านบาท สูงกว่าปีก่อน และ 72.1% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ตั้งใจเดินทาง ขณะที่มีเพียง 5% ที่บอกว่าจะลดการใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ยังเลือก “ใช้มากกว่าลด” ในช่วงเทศกาล
ตัวเลขแบบนี้ทำให้เห็นว่า เมื่อความมั่นใจ และอารมณ์เทศกาลกลับมา การใช้เงินสามารถเร่งขึ้นได้เร็วมาก และในสภาพแวดล้อมแบบนี้ กิจกรรมเสี่ยงโชค ก็มักแทรกตัวได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายหลัก ของทุกคนก็ตาม
วิธีอ่านที่ตรงที่สุดคือ อย่ารีบตีความว่า “สงกรานต์ทำให้คนเล่นพนัน มากขึ้นทุกคน” แต่ก็ควรหลีกเลี่ยง การมองอีกแบบว่า “มันเป็นแค่เรื่องสนุกตามเทศกาล” เช่นกัน ภาพที่ข้อมูลรองรับจริงคือ ช่วงเทศกาลทำให้เงินหมุนสูง บริบทการใช้จ่ายเปิดกว้างขึ้น
ความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ก็ยังกดดันอยู่ และคนจำนวนหนึ่ง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เข้าถึงการพนัน ได้ง่ายอยู่แล้ว ทำให้พฤติกรรมเสี่ยงบางแบบ ขยับขึ้นได้แม้ไม่ได้ตั้งใจ ตั้งแต่แรก และเมื่อเกิดซ้ำหลายครั้ง ก็อาจกลายเป็นพฤติกรรม ที่คุ้นชินโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งเมื่อย้อนดูว่าช่วง 2020 เม็ดเงินสงกรานต์เคยลงไปแถว 69 พันล้านบาท ก่อนจะฟื้นขึ้นมาแรงในเวลาต่อมา ก็ยิ่งเห็นว่าอารมณ์เศรษฐกิจ และบรรยากาศสังคมมีผล กับพฤติกรรมการใช้เงินมากจริง และพฤติกรรมเสี่ยง ก็มักวิ่งตามจังหวะนั้นเสมอ (6 เมษายน 2025) [3]
สถิติการเล่นพนัน ช่วงสงกรานต์ ภาพรวมคือ ไม่ใช่แค่ช่วงเงินสะพัด แต่เป็นช่วงที่หลายปัจจัยมาทับกัน ทั้งเวลาว่าง บรรยากาศสังคม และการใช้จ่ายที่ไหลเร็วขึ้น เลยทำให้ความเสี่ยงเรื่องพนัน ขยับตามได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรมองให้ลึก กว่ายอดใช้เงินด้วย
เพราะวันหยุดยาว ทำให้คนมีเวลาว่างมากขึ้น อยู่ในวงสังคมมากขึ้น และตัดสินใจใช้เงิน ตามอารมณ์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการเข้าถึงออนไลน์ ทำได้ตลอดเวลา จึงเป็นช่วงที่พฤติกรรมเสี่ยงบางอย่าง เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าช่วงปกติ
กลุ่มคนรุ่นใหม่ ยังเป็นกลุ่มที่น่าจับตา เพราะมีข้อมูลว่าการพนันออนไลน์ เข้าถึงได้กว้างมาก และมีทั้งจำนวนผู้เล่น กับจำนวนผู้เสี่ยง อยู่ในระดับสูงพอสมควร อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่เจอการชักชวนผ่านสื่อ และเพื่อนรอบตัวได้ง่าย กว่าหลายช่วงวัย

