
เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย ที่ไม่เคยลดลง
- เฌออัณณ์
- 10 views

เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย ที่มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับเทศกาลต่าง ๆ ของไทย เช่น วันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย มักกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง การท่องเที่ยว การซื้อของฝาก และการทำกิจกรรมสังสรรค์ ส่งผลให้เงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเป็นต้น
พฤติกรรมการใช้เงินของคนไทย ในช่วงเทศกาลมักเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีแรงกระตุ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การท่องเที่ยว การกลับภูมิลำเนา และการสังสรรค์กับครอบครัว ทำให้เกิดการใช้จ่ายในหลายด้าน ทั้งค่าเดินทาง อาหาร และของฝาก ส่งผลให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก เช่น ช่วงปีใหม่ที่มีมูลค่าการใช้จ่ายรวมกว่าแสนล้านบาท
นอกจากนี้ คนไทยส่วนใหญ่มักกำหนด งบประมาณการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลไว้ในระดับปานกลาง โดยผลสำรวจพบว่าหลายคนเลือกใช้จ่ายประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อเทศกาล และมักเน้นค่าใช้จ่ายด้านอาหารและกิจกรรมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจใช้เงินจำนวนมากมักได้รับอิทธิพลจาก “อารมณ์” และบรรยากาศของเทศกาล
ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างมาก อีกประเด็นสำคัญคือ รูปแบบการใช้จ่ายของคนไทย ยังคงผสมผสานระหว่างเงินสดและดิจิทัล แม้ว่าคนส่วนใหญ่มีความพร้อมในการใช้ e-payment แต่ยังนิยมใช้เงินสดจากความเคยชิน ส่งผลให้การใช้จ่ายในช่วงเทศกาล เกิดขึ้นได้รวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งหากไม่มีการวางแผนที่ดี อาจนำไปสู่ปัญหาการเงินในระยะยาวได้
คนไทยนิยมใช้จ่ายในช่วงเทศกาลมากที่สุดคือ “การสังสรรค์และอาหาร” รองลงมาคือ “การท่องเที่ยวและการเดินทาง” โดยข้อมูลเทศกาลปีใหม่ ปี 2023 พบว่าเงินสะพัดสูงกว่า 103,039.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2022 มากถึง 20.1% และค่าใช้จ่ายหลักอันดับ 1 คือการจัดเลี้ยงและพบปะสังสรรค์ รองลงมาคือการท่องเที่ยว (3 มกราคม 2023) [1]
ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความสัมพันธ์มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย ในเชิงโครงสร้างการใช้จ่าย พบว่าหมวด “ของกินของใช้และการเดินทาง” ครองสัดส่วนสูงสุด โดยซูเปอร์มาร์เก็ตและค่าน้ำมันคิดเป็นอย่างละ 26% ของยอดใช้จ่ายรวม ขณะที่ร้านอาหารอยู่ที่ 15% และห้างสรรพสินค้า 11% สะท้อนว่าการใช้เงินส่วนใหญ่เน้นของจำเป็น
ส่วนในช่วง “สงกรานต์” คนไทยมักตั้งงบประมาณประมาณ 3,000 บาท โดยจากผลสำรวจพบว่า คนไทยตั้งงบในการสังสรรค์ การเที่ยว หรือการช้อปปิ้งไว้ที่ 1,000–2,999 บาท หรือประมาณ 33% และส่วนใหญ่มีแนวโน้ม การใช้จ่ายอยู่ในระดับ “งบปานกลาง” หรือประมาณ 35% นั่นเอง (30 มกราคม 2026) [2]
ปัจจัยทางเศรษฐกิจ มีผลต่อการใช้จ่ายของคนไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ “ภาวะเงินเฟ้อ” ที่อยู่ระดับ 3–6% ต่อปี (เช่น 4% เทียบผลตอบแทนพันธบัตร 2%) ส่งผลให้กำลังซื้อและผลตอบแทนจริงติดลบ และในช่วงปี 2022–2023 เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในไทยยังกระทบค่าเงินบาท ตลาดหุ้น (29 สิงหาคม 2025) [3] และการเคลื่อนย้ายเงินลงทุน ของนักลงทุนต่างชาติ
จะทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงทันที ส่งผลให้หลายครัวเรือนต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเน้นใช้เงินกับของจำเป็นมากขึ้น และอีกปัจจัยสำคัญคือ “อัตราดอกเบี้ย” ซึ่งมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้เงิน เช่น ในช่วงหลังโควิด ปี 2022 ที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ส่งผลให้คนลดการกู้ และลดการใช้จ่ายลง
นอกจากนี้ “ต้นทุนสินค้าและรายได้ประชาชน” ยังเป็นตัวแปรสำคัญ เช่น เมื่อราคาน้ำมันหรือวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตต้องปรับราคาสินค้า ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจผันผวน คนไทยมักเลือก “ประหยัดมากขึ้น” และชะลอการใช้จ่ายใหญ่ ๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย

การวางแผนการเงินช่วงเทศกาล ควรเริ่มจากการกำหนดงบประมาณล่วงหน้า โดยประเมินรายรับและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าเดินทาง ของขวัญ และกิจกรรมต่าง ๆ การตั้งวงเงินที่ชัดเจน จะช่วยควบคุมการใช้จ่ายไม่ให้เกินตัว และลดโอกาสเกิดหนี้หลังจบเทศกาล ซึ่งควรจดบันทึกรายจ่ายคร่าว ๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมการใช้เงินได้ชัดขึ้น
อีกสิ่งสำคัญคือ การจัดลำดับความสำคัญของการใช้เงิน ควรเน้นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน และหลีกเลี่ยงการซื้อของตามอารมณ์ หรือกระแสโปรโมชั่น การเปรียบเทียบราคา และวางแผนซื้อของล่วงหน้า จะช่วยประหยัดเงินและทำให้ใช้จ่ายได้คุ้มค่ามากขึ้น และควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนซื้อว่า “จำเป็นหรือไม่” เพื่อลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
นอกจากนี้ควรมีเงินสำรองเผื่อเหตุฉุกเฉิน และไม่ควรใช้เงินเก็บทั้งหมดไปกับเทศกาล การแยกบัญชีหรือป้องกันเงินบางส่วนไว้ จะช่วยรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ โดยไม่กระทบต่อแผนการเงินระยะยาว และการมีเงินสำรองยังช่วยลดความเสี่ยง หากเกิดค่าใช้จ่ายไม่คาดคิดได้
การจัดสรรงบประมาณช่วงเทศกาลให้เพียงพอ ควรเริ่มจาก “กำหนดงบรวม” ให้ชัดเจนก่อนใช้จ่าย โดยต้องคำนวณจากเงินคงเหลือ หลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นและเงินออมแล้ว เพื่อป้องกันการใช้เงินเกินตัว จากนั้นจึงแยกงบเป็นหมวด ซึ่งตัวอย่างการแบ่งสัดส่วนอาจอยู่ที่ 40% ค่าเดินทาง, 30% อาหาร และ 20% ของขวัญ
เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้สมดุล และอีกวิธีสำคัญคือ “วางแผนล่วงหน้า” โดยเฉพาะการจองที่พักหรือการเดินทางล่วงหน้า 1–2 เดือน ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะราคามักสูงขึ้นในช่วงใกล้เทศกาล นอกจากนี้ควรทำรายการสิ่งที่ต้องซื้อ หรือค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เงินตามอารมณ์ และช่วยให้ควบคุมงบได้ง่ายขึ้น
สุดท้ายควรมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” อย่างน้อย 10% ของงบที่เก็บไว้ทั้งหมด เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเดินทางเพิ่มเติม พร้อมทั้งติดตามรายจ่ายแบบเรียลไทม์ เพื่อไม่ให้ใช้เงินเกินแผน วิธีเหล่านี้จะช่วยให้การใช้เงินช่วงเทศกาลยังคงสนุกได้ โดยไม่กระทบต่อการเงินในระยะยาวด้วย
หลายคนสงสัยว่า ทำไมคนเมา มักใช้เงินเกินตัว ในช่วงเทศกาล ซึ่งคำตอบคือ เพราะว่าเมื่อมีการดื่มแอลกอฮอล์ การตัดสินใจมักลดความรอบคอบลง ทำให้กล้าใช้เงินมากขึ้นโดยไม่คิดถึงผลกระทบระยะยาว อีกทั้งบรรยากาศของเทศกาล ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ยังยิ่งกระตุ้นให้ใช้จ่ายตามอารมณ์ได้ง่าย
นอกจากนี้ การอยู่ในกลุ่มเพื่อนหรือสังคมช่วงสังสรรค์ ยังมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เงิน เช่น การเลี้ยงกัน ซื้อของเพิ่ม หรือทำกิจกรรมที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งล้วนทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายโดยไม่รู้ตัว รวมถึงโปรโมชั่นหรือสิ่งยั่วยุในช่วงเทศกาล ก็ยิ่งกระตุ้นให้ตัดสินใจใช้เงินง่ายขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่ดื่มแล้วจะใช้เงินเกินตัว พฤติกรรมดังกล่าวขึ้นอยู่กับวินัยทางการเงินและการควบคุมตนเองของแต่ละบุคคล หากมีการวางแผนงบประมาณล่วงหน้า ตั้งขีดจำกัดการใช้จ่าย และมีสติในการตัดสินใจ ก็สามารถสนุกกับเทศกาลได้ โดยไม่กระทบต่อสถานะทางการเงินในระยะยาว
จึงกล่าวได้ว่า เทศกาลมีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมการใช้เงินของคนไทย โดยมักกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในด้านการท่องเที่ยว อาหาร และการสังสรรค์ แม้จะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ก็อาจทำให้บางคนใช้เงินเกินแผนได้ หากไม่มีการควบคุม ดังนั้นการวางแผนงบประมาณล่วงหน้าและใช้จ่ายอย่างมีสติ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสมดุลทางการเงินในระยะยาว
คำตอบคือ คนไทยมีแนวโน้มออมเงินก่อนเทศกาล แต่ไม่ใช่ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่วางแผนล่วงหน้ามักกันเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม คนจำนวนไม่น้อยยังใช้วิธีรอรายได้ช่วงใกล้เทศกาล หรือใช้เงินหมุนแทนการออม ซึ่งสะท้อนว่าพฤติกรรมการออมยังขึ้นอยู่กับรายได้ วินัยทางการเงิน และความจำเป็นของแต่ละบุคคล
คำตอบคือ การใช้เงินช่วงเทศกาล สามารถกระทบการเงินได้ หากใช้จ่ายเกินงบหรือขาดการวางแผน โดยหลายคนมีรายจ่ายเพิ่มทั้งการเดินทาง ของขวัญ และการสังสรรค์ ทำให้เงินเก็บลดลง แต่หากบริหารงบประมาณดี ก็สามารถสนุกกับเทศกาลได้โดยไม่กระทบการเงินในระยะยาว

