ไขคำตอบที่ว่า ใครเป็นคนจับ เว็บพนัน

ใครเป็นคนจับ เว็บพนัน

ใครเป็นคนจับ เว็บพนัน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งประสานงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อสืบสวนรอยเท้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และสั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย โดยมักจะมีการทำงานเชิงลึกร่วมกับ ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน

  • ผู้มีอำนาจในการปราบปรามเว็บไซต์พนันคือใคร
  • กลไกของการตรวจจับเว็บพนันออนไลน์
  • ตำรวจตามจับเว็บพนันจากช่องทางไหน

ใครมีอำนาจตามกฎหมาย ในการจับกุมเว็บพนัน

ใครเป็นคนสั่งปิด เว็บพนัน หรือ อำนาจตามกฎหมายในการจัดการเว็บพนันออนไลน์นั้น กระจายอยู่ตามความรับผิดชอบของ 4 หน่วยงานหลัก ที่ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Royal Thai Police) มีฐานะเป็นองค์กรของรัฐ ในระดับส่วนราชการ ที่ปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ได้ขึ้นตรงกับกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง องค์กรนี้ได้รับการสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2541 (3 มีนาคม 2026) [1]
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI): หน่วยงานที่มีชื่อย่อว่า DSI หรือในชื่อภาษาอังกฤษคือ Department of Special Investigation ถูกสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545 โดยเป็นผลโดยตรง จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรหนึ่ง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ในการปฏิรูประบบราชการ (19 กันยายน 2016) [2]
  • สำนักงาน ปปง.: ใช้อำนาจตามกฎหมายฟอกเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน อายัดทรัพย์สิน และยึดทรัพย์ที่ได้จากการเปิดเว็บพนัน ซึ่งถือเป็นความผิดมูลฐานสำคัญ

หน่วยงานรัฐใดรับผิดชอบโดยตรง ในการจัดการเว็บพนัน

หน่วยงานที่มีอำนาจเต็มในการกวาดล้างเว็บพนันคือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ซึ่งทำหน้าที่แกะรอยระบบหลังบ้าน และจับกุมผู้กระทำผิดโดยตรง ควบคู่ไปกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ที่มุ่งเน้นการทลายเครือข่ายข้ามชาติ

นอกจากนี้ยังมี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่เป็นหัวหอกในการรวบรวมหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลสั่งปิดกั้น URL และประสานงานกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

ในส่วนของการตัดวงจรเงินทุน สำนักงาน ปปง. จะเข้ามารับผิดชอบการสืบสวนเส้นทางการเงิน เพื่ออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากเว็บพนันถูกระบุว่า เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน

การทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน มีผลอย่างไร?

การประสานพลังระหว่างหน่วยงานรัฐ ช่วยปิดช่องว่างที่มิจฉาชีพเคยใช้หลบเลี่ยง โดยเปลี่ยนจากการไล่ตามปิดเว็บไซต์ทีละจุดมาเป็นการทำลายล้างทั้ง ระบบนิเวศของเครือข่ายพนันออนไลน์อย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อตำรวจไซเบอร์สืบสวนรอยเท้าดิจิทัล จนพบตัวผู้กระทำผิด กระทรวงดิจิทัลฯ จะเข้าทำหน้าที่ปิดกั้นการเข้าถึงในทันที

ขณะที่ ปปง. จะเข้าตัดวงจรน้ำเลี้ยง ด้วยการอายัดทรัพย์สินและบัญชีม้าทั้งหมด ทำให้ขบวนการเหล่านี้ ไม่สามารถโยกย้ายเงินทุน หรือกลับมาเปิดระบบใหม่ได้โดยง่ายเหมือนในอดีต ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เพียงการจับกุมพนักงานหน้าคอมพิวเตอร์

แต่คือการขยายผลไปถึงนายทุน และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง ผ่านเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ การทำงานร่วมกันเช่นนี้ ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบโต้ และยกระดับความน่าเชื่อถือ ของการบังคับใช้กฎหมายในโลกออนไลน์

วิธีที่เจ้าหน้าที่ใช้ติดตาม และจับกุมเว็บพนัน

ใครเป็นคนจับ เว็บพนัน

เจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบ AI และ RPA ในการตรวจจับและรวบรวมพยานหลักฐานแบบอัตโนมัติ เพื่อขออำนาจศาลสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ผ่านระบบ Automated Fast Closure (AFC) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการทำงานจากหลายวัน เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการแกะรอยเส้นทางการเงินจากบัญชีม้า

โดยนับตั้งแต่วันที่ (1 ตุลาคม 2568 จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569) แสดงให้เห็นถึงสถิติการปราบปรามเนื้อหาออนไลน์ที่น่าสนใจ โดยมีการระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ และลิงก์ที่ฝ่าฝืนกฎหมายไปแล้วกว่า 437,473 รายการ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียอดการสั่งปิดกั้นสูงถึง 132,842 รายการ (13 มีนาคม 2026) [3]

ขณะที่ในรอบปีที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ต้องหา ในเครือข่ายพนันออนไลน์ไปแล้วหลายพันราย และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ การฟอกเงินรวมมูลค่ามหาศาลกว่า 2,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเข้มข้น ในการกวาดล้างที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ระบบตรวจจับเว็บพนันออนไลน์ ทำงานอย่างไร?

ระบบตรวจจับเว็บพนันทำงานผ่านแพลตฟอร์ม WebD ซึ่งผสานเทคโนโลยี AI และ RPA (Robotic Process Automation) เพื่อทำหน้าที่เป็นสายลับดิจิทัลคอยสแกนหา URL ผิดกฎหมายบนโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างอัตโนมัติ เมื่อระบบตรวจพบพยานหลักฐานที่ชัดเจน จะทำการวิเคราะห์ค่าความแม่นยำ และส่งข้อมูลผ่าน API เพื่อสร้างคำร้องต่อศาลในรูปแบบ Paperless

ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาการขอคำสั่งปิดกั้น ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นระบบ Suspend จะส่งคำสั่งไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ทันที พร้อมมีระบบ URL Checker คอยตรวจสอบซ้ำว่าเว็บไซต์เหล่านั้น ถูกปิดกั้นอย่างถาวรหรือไม่

เส้นทางการเงิน ช่วยให้จับกุมเว็บพนันได้จริงไหม?

การแกะรอยเส้นทางการเงินคือ เครื่องมือที่ฆ่าเว็บพนันได้เบ็ดเสร็จที่สุด เพราะในโลกออนไลน์นั้น ตัวตนอาจปลอมแปลงได้ แต่ร่องรอยการโอนเงิน มักทิ้งหลักฐานที่ตัดไม่ขาดเสมอ เจ้าหน้าที่ใช้ระบบการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของบัญชีม้า เพื่อดูทิศทางไหลของเงินจากผู้เล่นไปสู่บัญชีพัก

และสุดท้ายคือ การระบุตัวตนของนายทุนที่อยู่ปลายทาง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ออกหมายจับ และเป็นหลักฐานชั้นดีในชั้นศาล ว่ามีการฟอกเงินที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมายจริง

เว็บพนันออนไลน์ ถูกจับได้จากช่องทางไหนมากที่สุด

ช่องทางที่นำไปสู่การจับกุมเว็บพนันออนไลน์ได้มากที่สุดคือ การโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย และกลุ่มแอปพลิเคชันส่งข้อความ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก และติ๊กต็อกที่มีการใช้บัญชีปลอมยิงโฆษณา หรือใช้กลุ่มปิดชักชวนให้สมัครเล่นพนัน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้ระบบ AI ตรวจจับคำค้นหาและรูปภาพผิดกฎหมาย จนนำไปสู่การปิดกั้น URL ได้นับแสนรายการ นอกจากนี้ “การแจ้งเบาะแสจากประชาชน” ผ่านสายด่วน 1111 และศูนย์ AOC 1441 ยังเป็นต้นตอสำคัญ ที่ทำให้ตำรวจไซเบอร์สามารถขยายผลไปถึง ที่ตั้งของคอลเซ็นเตอร์ และเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่แอบแฝงอยู่ตามที่พักอาศัย หรืออาคารพาณิชย์ได้ทันท่วงที

ประเด็นหลักคือ ใครเป็นคนจับ เว็บพนัน

เราจึงสรุปได้ว่า ใครเป็นคนจับ เว็บพนัน คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทำหน้าที่สืบสวนจับกุม ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ใช้ระบบ AI สั่งปิดกั้น URL อย่างรวดเร็ว และมี ปปง. เป็นหน่วยงานสำคัญในการตัดวงจรน้ำเลี้ยง ด้วยการอายัดทรัพย์สินนั่นเอง

ตำรวจหน่วยไหน ที่อยู่เบื้องหลังการจับกุมเว็บพนันออนไลน์

ตำรวจหน่วยไหน เป็นคนจับเว็บพนัน ที่เป็นหน่วยงานหลักคือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือที่รู้จักกันในนามตำรวจไซเบอร์ ซึ่งรับผิดชอบการแกะรอยระบบหลังบ้าน และจับกุมผู้กระทำผิดโดยตรง

ภาพรวมการปราบปรามเว็บพนัน ในยุคปัจจุบัน เป็นยังไง?

ภาพรวมการปราบปรามในยุคปัจจุบันคือ การยกระดับสู่ระบบ Digital Total War ที่เน้นความเร็วและปริมาณ โดยใช้ AI และ RPA ตรวจจับและสั่งปิดกั้น URL ผิดกฎหมายได้มากกว่า 437,000 รายการ ภายในเวลาเพียง 5 เดือน ซึ่งสูงกว่าอดีตหลายเท่าตัว

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง