
สุดยอดนักเตะ Jude Bellingham เคยยิงได้กี่ประตู
- เฌออัณณ์
- 24 views

Jude Bellingham เคยยิงได้กี่ประตู ซึ่งเขาเคยยิงประตู ในการเล่นฟุตบอลอาชีพ รวมทุกรายการไปแล้วประมาณ 72 ประตู จากการลงเล่น 317 นัด ในช่วงที่เขาอยู่กับสโมสร เรอัล มาดริด ถือเป็นช่วงที่ทำประตูได้มากที่สุด โดยเฉพาะฤดูกาลแรก 2023-2024 ที่เขายิงไปถึง 23 ประตูรวมทุกรายการ
ซึ่งนักเตะผู้เก่งกาจคนนี้ เขาคือกองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน เขาย้ายมาร่วมทีม เรอัล มาดริด (Real Madrid) ในปี 2023 ด้วยค่าตัวมหาศาล และก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้น ๆ ของสโมสรอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียง 20 ปี
และเขาเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของทีม และในฤดูกาลแรก (2023/24) เขาได้รับบทบาท “False 9” หรือกองกลางตัวรุก ที่เติมขึ้นไปทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง จนยิงไปถึง 23 ประตูรวมทุกรายการ พร้อมทั้งมีสถิติการสร้างโอกาสยิง และแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมอย่างโดดเด่น
รวมถึงความสามารถของเขา ไม่ได้จำกัดแค่การทำประตู แต่ยังรวมถึงการครองบอลในพื้นที่แคบ การผ่านบอลที่แม่นยำ และความสามารถในการอ่านเกม ทำให้ Bellingham กลายเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่อง ทั้งเกมรุกและเกมรับ และมีส่วนสำคัญช่วยให้ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลาลีกา และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลนั้นอีกด้วย
ซึ่งเขามีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Jude Victor William Bellingham” และมีชื่อเล่นที่แฟนบอลนิยมเรียกกันว่า “Bellingham” ซึ่งนักเตะกองกลางคนนี้ เขาเกิดเมื่อวันที่ 29 เดือนมิถุนายน ปีคริสต์ศักราช 2003 โดยเขาเกิดที่เมือง Stourbridge ประเทศอังกฤษ และปัจจุบันมีอายุ 20 ปี (15 กุมภาพันธ์ 2024) [1]
รวมถึงเขามีความสูงประมาณ 186 เซนติเมตร และเขาเป็นลูกชายคนโตของ มาร์ก เบลลิงแฮม (Mark Bellingham) อดีตนายตำรวจและกองหน้าฟุตบอลนอกลีกชื่อดัง ที่ยิงประตูรวมกว่า 700 ประตู ส่วนน้องชายของเขา โจบ เบลลิงแฮม (Jobe Bellingham) ก็เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นต้น
ซึ่งจุดเริ่มต้นในเส้นทางฟุตบอลของ Bellingham เกิดจากแรงบันดาลใจในครอบครัว และการพัฒนาที่ก้าวกระโดด ในศูนย์ฝึกเยาวชน โดยมีลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญดังนี้
แรงบันดาลใจจากครอบครัว
เขาเข้าสู่ระดับอคาเดมี่ (อายุ 7–8 ปี)
การเปิดตัวในระดับอาชีพ (อายุ 16 ปี)

ซึ่งเขาย้ายเข้าสู่สโมสร Real Madrid อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 เดือนมิถุนายน ปี 2023 โดยเซ็นสัญญาระยะยาว 6 ปี (ถึงปี 2029) ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 103 ล้านยูโร (ประมาณ 88.5 ล้านปอนด์) และอาจสูงถึง 133.9 ล้านยูโรเมื่อรวมโบนัสตามเงื่อนไขต่าง ๆ (27 มีนาคม 2026) [2]
โดยก่อนที่จะตกลงย้ายไปยังทัพ “ราชันชุดขาว” เขาได้รับความสนใจอย่างมาก จากสโมสรชื่อดัง ในพรีเมียร์ลีกอย่างทีม ลิเวอร์พูล (Liverpool) กับทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) และทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) แต่สุดท้ายเลือกย้ายไป เรอัล มาดริด เพราะประทับใจในประวัติศาสตร์ของสโมสร และแผนงานในอนาคต (16 มิถุนายน 2023) [3]
สำหรับ Bellingham การได้โอกาสย้ายไปยังสโมสร ที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ และเต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้จากรุ่นพี่ และปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของทีม นอกจากนี้ยังมองเห็นโอกาสพัฒนาตนเอง และมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ระยะยาวของสโมสร ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาเลือก Real Madrid
ซึ่งสถิติและความสำเร็จของเขา ถือว่าก้าวหน้าเกินวัยอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากย้ายมาสวมชุดขาวของ เรอัล มาดริด และนี่ก็คือเกียรติประวัติที่สำคัญที่สุดของเขา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ความสำเร็จระดับสโมสร (Trophies)
รางวัลส่วนตัวระดับโลก (Individual Awards)
จุดเด่นของ Bellingham ที่ทำให้เขาก้าวสู่ระดับนักเตะโลกตั้งแต่อายุยังน้อย คือการเป็นกองกลางแบบ ‘Complete Midfielder’ ซึ่งหมายถึงกองกลางที่สามารถทำได้ดีทุกด้านทั้งการสร้างสรรค์เกม, การทำประตู และการป้องกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
คำตอบคือ เขาทำประตูรวมทุกสโมสรไปแล้วประมาณ 72 ประตู จากการเล่นให้สโมสร เบอร์มิงแฮม ดอร์ทมุนด์ และสโมสร เรอัล มาดริด และสำหรับทีมชาติอังกฤษ เขาลงเล่นไปแล้ว 46 นัด โดยเขาสามารถทำได้ 6 ประตู และถือเป็นกองกลางตัวหลักของทีม
ซึ่งเขาได้สวมเสื้อหมายเลข 5 ให้กับสโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ในช่วงการแข่งขันฤดูกาลปีคริสต์ศักราช 2015-2026 นั่นเอง
ซึ่งได้แก่สโมสร Birmingham City โดยเขาเข้าร่วมทีมเยาวชนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้เล่นชุดใหญ่ที่อายุน้อยที่สุด ของสโมสรด้วยวัยเพียง 16 ปีนั่นเอง

