เจาะลึกนักเตะดาวยิง Luka Jovic เขามีฉายาว่าอะไร

Luka Jovic เขามีฉายาว่าอะไร

Luka Jovic เขามีฉายาว่าอะไร ซึ่งเขามีฉายาที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ “Serbian Falcao” (ฟัลกาโอแห่งเซอร์เบีย) โดยฉายานี้มีที่มาจากสไตล์การเล่นของเขาที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ราดาเมล ฟัลกาโอ อดีตกองหน้าชื่อดังชาวโคลอมเบีย โดยเฉพาะในเรื่องของสัญชาตญาณการทำประตูที่เฉียบคม ความสามารถในการจบสกอร์ที่หลากหลายทั้งสองเท้า 

  • ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Jovic
  • ประวัติความเป็นมาของ Jovic
  • เกียรติประวัติและจุดเด่นของ Jovic

รู้จักประวัติของนักเตะ Jovic

ลูกา ยอวิช คือกองหน้าตัวเป้าชาวเซอร์เบียผู้มีสัญชาตญาณการถล่มประตูอันเฉียบคม เริ่มโด่งดังเป็นพลุแตกกับไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต จนได้ย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด ปัจจุบันเขาค้าแข้งอยู่กับ AEK Athens ในลีกกรีซ ซึ่งเขากลับมาทวงคืนฟอร์มเก่ง และกลายเป็นดาวยิงตัวความหวังของทีมอีกครั้ง

ในบทบาทต่อสโมสรปัจจุบัน ยอวิชคือหัวใจสำคัญในเกมรุก ที่ช่วยตัดสินเกมด้วยความสามารถในการจบสกอร์ที่หลากหลาย ทั้งการชาร์จจ่อๆ และการหาพื้นที่ในเขตโทษอย่างชาญฉลาด ประสบการณ์จากลีกระดับท็อปของเขาช่วยยกระดับมาตรฐานการเล่นให้เพื่อนร่วมทีม และเป็นอาวุธหนักที่คู่แข่งยากจะรับมือในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้

โดยชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในฐานะ “เพชฌฆาตหน้าตาย” ที่มีความนิ่งสูงเมื่ออยู่หน้าปากประตู และโดดเด่นเรื่องการทำประตูด้วยลูกโหม่งรวมถึงการยิงได้ดีทั้งสองเท้า นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำ 5 ประตูได้ในนัดเดียวของศึกบุนเดสลีกา ซึ่งเป็นผลงานประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลทั่วโลกยังคงจดจำได้ดี

ประวัติความเป็นมา เริ่มต้นแรกของ Jovic

ซึ่งเขามีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Luka Jovic” และมีชื่อเล่นที่แฟนบอลนิยมเรียกกันว่า “Ronald” โดยเขาเกิดเมื่อวันที่ 23 เดือนธันวาคม ปีคริสต์ศักราช 1997 โดยเขาเกิดที่ Federal Republic of Yugoslavia ในประเทศ Serbia| และปัจจุบันมีอายุ 28 ปี (6 พฤศจิกายน 2024) [1]

และ เขาเติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา โดยมีคุณพ่อเป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่ทำให้เขาเริ่มเตะฟุตบอล ตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ และฉายแววอัจฉริยะด้านการทำประตูมาตั้งแต่เด็ก และปัจจุบันเขาเป็นคุณพ่อลูกสาม โดยเขามีลูกชายคนแรกกับอดีตแฟนสาว และต่อมาได้หมั้นหมายกับโซฟิยา มิโลเซวิช นางแบบชื่อดังชาวเซอร์เบีย

ซึ่งทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันอีกสองคน ครอบครัวของเขามักจะปรากฏตัวให้กำลังใจเขาในสนามแข่งอยู่เสมอในทุกสโมสรที่เขาไปค้าแข้ง และนอกเหนือจากสนามฟุตบอล ยอวิชขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักครอบครัวและชอบใช้เวลาว่างพักผ่อนแบบเงียบๆ อีกด้วย

จุดเริ่มต้นในเส้นทางฟุตบอลของ Jovic

จุดเริ่มต้นในเส้นทางฟุตบอลของ Jovic มีความน่าสนใจดังนี้

  • จุดกำเนิดและก้าวแรก : เขาเกิดที่เมืองโลซนิตซา (Loznica) และเติบโตในพื้นที่ชนบทใกล้เคียง เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยมีคุณพ่อเป็นผู้ผลักดันและเป็นโค้ชคนแรก ที่สอนให้เขาฝึกยิงประตูได้ทั้งสองเท้าอย่างยอดเยี่ยม
  • การเดินทางที่เสียสละ : ในวัยเด็กเขาต้องเดินทางไปกลับ ระหว่างบ้านกับกรุงเบลเกรด รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อเข้าร่วมลีกเยาวชน “Mini Maxi” ซึ่งฝีเท้าของเขาโดดเด่นมากจนได้รับเงินรางวัลพิเศษ จากการทำประตูในแต่ละนัด เพื่อช่วยค่าเดินทางของครอบครัว
  • แจ้งเกิดกับเรดสตาร์ เบลเกรด : เขาถูกแมวมองของ เรดสตาร์ เบลเกรด (Red Star Belgrade) พบตัวตั้งแต่อายุ 7–8 ขวบ ก่อนเข้าสู่ทีมเยาวชนของสโมสร และสร้างประวัติศาสตร์ เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตู ในเกมอย่างเป็นทางการ ด้วยวัยเพียง 16 ปี 5 เดือน 5 วัน ทำลายสถิติของ Dejan Stankovic ลงได้สำเร็จ

Jovic ย้ายไปสโมสร Real Madrid เมื่อใด?

Luka Jovic เขามีฉายาว่าอะไร

เขาย้ายจากไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต มาร่วมทีมสโมสร Real Madrid อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2019 โดยเซ็นสัญญาระยะยาว 6 ปี ภายใต้การคุมทีมของซีเนดีน ซีดาน เพื่อหวังให้เขาเข้ามาเป็นตัวแทนในระยะยาวของคาริม เบนเซม่า และเขาลงสนามนัดแรกเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2019 ในเกมที่เรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะเซลต้า บีโก้ 3-1 (31 มีนาคม 2026) [2]

โดยทางสโมสร Real Madrid เดินหน้าปรับทีมช่วงซัมเมอร์ 2019 ด้วยการคว้าตัว กองหน้าเซอร์เบียคนนี้ จาก Eintracht Frankfurt ด้วยค่าตัวราว 65 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) พร้อมสัญญายาวถึงปี 2025 ซึ่งถือเป็นสถิติค่าตัวที่สูงมากสำหรับกองหน้าดาวรุ่งในขณะนั้น (4 มิถุนายน 2019) [3]

เกียรติประวัติ และความสำเร็จของ Jovic

ซึ่งตลอดเส้นทางการค้าแข้งของ Jovic เขามีส่วนช่วยพาทีมสโมสร คว้าแชมป์รายการสำคัญ ร่วมกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปมากมาย โดยมีเกียรติประวัติที่น่าภูมิใจ ดังต่อไปนี้

ความสำเร็จระดับสโมสรกับ เรอัล มาดริด

  • เขามีส่วนช่วยพาทีมสโมสรคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มาได้ 1 สมัย ในฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2021–2022
  • เขามีส่วนช่วยพาทีมสโมสรคว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน 2 สมัย ในฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2019–2020, 2021–2022
  • เขามีส่วนช่วยพาทีมสโมสรคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปา เด เอสปัญญา 2 สมัย ในฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2019–2020, 2021–2022

เกียรติประวัติส่วนตัวที่โดดเด่น

  • เขาได้รับรางวัลทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า ยูโรปาลีก ในฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2018–2019 ด้วยการยิงประตูได้ทั้งหมด 10 ประตูในรายการนี้
  • เขาได้สร้างสถิติประวัติศาสตร์ การเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำ 5 ประตูในนัดเดียวของศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี (เกมชนะ ฟอร์ทูนา ดุสเซลดอร์ฟ 7-1 ปี 2018)

Jovic มีจุดเด่นในเรื่องใดบ้าง?

จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Jovic จนทำให้เขากลายเป็นกองหน้าแถวหน้าของยุโรป มีดังนี้

  • สัญชาตญาณการจบสกอร์ (Clinical Finishing) : เขาเป็นกองหน้าประเภท “โป้กเกอร์เฟซ” หรือเพชฌฆาตหน้าตาย ที่มีความนิ่งสูงมากเมื่ออยู่หน้าประตู สามารถทำประตูได้จากโอกาสเพียงน้อยนิดและมีความเฉียบคมในการยิงที่ไว้ใจได้เสมอ
  • การเล่นได้สองเท้า (Two-footedness) : เขามีความสามารถพิเศษในการยิงประตูได้ดีพอกันทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา ทำให้กองหลังคู่แข่งเดาทิศทางในการป้องกันได้ยาก ซึ่งเป็นทักษะที่เขาฝึกฝนมาตั้งแต่สมัยเยาวชนตามคำสอนของพ่อ
  • ลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม (Aerial Ability) : แม้ความสูงจะไม่ถึง 190 เซนติเมตร (เขาสูงประมาณ 182 ซม.) แต่เขามีการกระโดดที่สปริงตัวได้ดีและการโหม่งบอลที่แม่นยำ ทำให้เขาสามารถทำประตูด้วยศีรษะได้บ่อยครั้งในสถานการณ์ที่กดดัน

สรุปแล้ว Luka Jovic เขามีฉายาว่าอะไร

คำตอบคือ เขามีฉายาว่า “Serbian Falcao” โดยฉายานี้มีที่มาจากสไตล์การเล่นของ Jovic ที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Radamel Falcao โดยเฉพาะในเรื่องของสัญชาตญาณการทำประตูที่เฉียบคม ความสามารถในการจบสกอร์ ที่หลากหลายด้วยทั้งสองเท้า และการทำประตูด้วยลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม แม้จะไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่มากนัก

Jovic ใส่เสื้อนักฟุตบอล หมายเลขอะไร?

ซึ่งในช่วงที่ค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด (ระหว่างปี 2019–2022) เขาสวมเสื้อ 2 หมายเลข คือหมายเลข 18 และหมายเลข 16 โดยในฤดูกาลแรก (2019-2020) เขาเริ่มต้นด้วยการสวมหมายเลข 18 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นหมายเลข 16 ในฤดูกาลถัดมา (2020-2021) จนกระทั่งย้ายออกจากสโมสรนั่นเอง

สโมสรฟุตบอลแห่งแรกของ Jovic คือสโมสรอะไร?

ซึ่งได้แก่สโมสร Red Star Belgrade ในประเทศเซอร์เบีย ซึ่งเป็นสโมสรที่บ้านเกิดของเขาเอง โดยเขาเข้าร่วมทีมเยาวชนตั้งแต่อายุเพียง 8 ปี ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่นั่นเอง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง