
อัปเดตสถิติ Nicolas Anelka เคยยิงได้กี่ประตู
- เฌออัณณ์
- 16 views

Nicolas Anelka เคยยิงได้กี่ประตู ซึ่งยิงประตูในระดับสโมสรไปทั้งหมด 208 ประตู จากการลงเล่น 661 นัด และทำอีก 14 ประตูในนามทีมชาติฝรั่งเศสครับ โดยเขาประสบความสำเร็จสูงสุดกับเชลซีด้วยการคว้าดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกปี 2008/09 และยิงให้ทีมไปถึง 59 ประตู ตอกย้ำความเป็นกองหน้าพเนจรผู้ทรงประสิทธิภาพในลีกใหญ่ทั่วยุโรป
Anelka คืออดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวฝรั่งเศส เล่นในตำแหน่งกองหน้า มีชื่อเสียงเรื่องความเร็ว การจบสกอร์ที่เฉียบคม และการย้ายทีมหลายสโมสรใหญ่ในยุโรป เขาเริ่มต้นอาชีพกับ Paris Saint-Germain และแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ Arsenal ก่อนจะกลายเป็นนักเตะระดับโลกในเวลาต่อมา
และเหตุผลที่แฟนบอลชื่นชอบ Anelka เพราะเขาเป็นกองหน้าที่มีพรสวรรค์สูง เล่นบอลได้อย่างมั่นใจ และมีสไตล์การเล่นที่ดุดันและรวดเร็ว แม้เส้นทางอาชีพจะมีทั้งช่วงรุ่งเรืองและช่วงเปลี่ยนทีมบ่อย แต่ผลงานและความสามารถของเขา ยังคงถูกจดจำในฐานะหนึ่งในกองหน้าที่มีคุณภาพของยุคนั้น
อดีตนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศสคนนี้ เขามีชื่อเต็มว่า “Nicolas Sebastian Anelka” และมีชื่อเล่นที่แฟนบอลนิยมเรียกกันว่า “Anelka” โดยเขาเกิดเมื่อวันที่ 14 เดือนมีนาคม ปีคริสต์ศักราช 1979 ซึ่งเขาเกิดที่เมืองเลอ เชเนย์ ในประเทศฝรั่งเศส และปัจจุบันเขามีอายุ 47 ปีแล้ว พร้อมกับมีส่วนสูงอยู่ที่ 185 เซนติเมตร (12 เมษายน 2026) [1]
Anelka เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กเพราะความหลงใหลในเกม โดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว โดยเฉพาะแม่ที่ช่วยผลักดันให้พัฒนาฝีเท้าอย่างจริงจัง เขาเติบโตจากระบบเยาวชนในฝรั่งเศสจนเป็นนักเตะอาชีพระดับโลก และเคยเล่นให้สโมสรใหญ่ในยุโรป แต่ปัจจุบันเขาเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว และยังทำงานในวงการฟุตบอล เช่น โค้ชและช่วยพัฒนานักเตะรุ่นใหม่
เขาเริ่มต้นที่เมืองแทร็ปส์ใกล้กรุงปารีส โดยเขาฉายแววเด่นจนได้เข้าฝึกฝนในศูนย์ฝึกชื่อดังอย่างแกลร์กฟงแตน ก่อนจะเซ็นสัญญาอาชีพ กับปารีส แซ็ง-แฌร์แม็ง และประเดิมสนามด้วยวัยเพียง 16 ปี ซึ่งความเร็วและทักษะที่เกินวัยของเขาไปสะดุดตา อาร์แซน แวงเกอร์ จนถูกดึงตัวไปร่วมทีมอาร์เซนอลในเวลาต่อมา
และเมื่อเขาย้ายสู่ลอนดอนในปี 1997 และกลายเป็นกำลังหลักพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้ทันทีในปี 1998 พร้อมคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ผลงานการถล่มประตูที่เฉียบคมทำให้เขากลายเป็นกองหน้าที่เนื้อหอมที่สุดในยุโรป และนำไปสู่การย้ายทีมด้วยค่าตัวมหาศาลสู่เรอัล มาดริดในสเปน
หลังจากนั้นเขาเริ่มต้นเส้นทาง “กองหน้าพเนจร” โดยย้ายไปเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ถึง 12 แห่งทั่วโลก และประสบความสำเร็จสูงสุดอีกครั้งกับเชลซี ด้วยการคว้าดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก แม้ชีวิตค้าแข้งจะเต็มไปด้วยความผันผวน และการเปลี่ยนต้นสังกัดบ่อยครั้ง แต่เขาก็ได้รับการยอมรับในฐานะดาวซัลโวระดับโลก ที่คว้าแชมป์มาครองได้มากมาย

ซึ่งเขาย้ายจากสโมสร อาร์เซนอล ไปร่วมทีมสโมสร Real Madrid อย่างเป็นทางการในปี 1999 ด้วยค่าตัว 22.3 ล้านปอนด์ โดยเขาสามารถทำประตูแรกในลาลีกา เมื่อวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2000 ในนัดที่ทีมสโมสรเรอัลมาดริด แข่งขันกับทีมบาร์เซโลนา และสามารถชนะทีมบาร์เซโลนาที่ 3-0 ประตูนั่นเอง (18 เมษายน 2026) [2]
ซึ่งเขาย้ายมาร่วมทีม Real Madrid หลังจากทำผลงานได้โดดเด่นกับ Arsenal จนกลายเป็นกองหน้าดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใหญ่ในยุโรป การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยค่าตัวสูงในยุคนั้น และมาดริดต้องการเสริมแนวรุกให้แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่วงที่สโมสรมีเป้าหมายคว้าแชมป์ระดับทวีปอย่างจริงจัง
โดยจุดเริ่มต้นของการย้ายทีมมาจากฟอร์มการเล่นที่เฉียบคมของเขาในลีกอังกฤษ ทำให้เรอัล มาดริดมองว่าเขาจะเข้ามาเพิ่มความเร็วและความหลากหลายในเกมรุก แม้ช่วงแรกจะต้องปรับตัวกับทีมใหม่และแรงกดดันสูง แต่เขาก็มีบทบาทสำคัญในช่วงปลายฤดูกาล โดยเฉพาะในศึก UEFA Champions League ที่ทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
ความสำเร็จกับสโมสรอาร์เซนอล
ความสำเร็จกับสโมสรเรอัลมาดริด
ความสำเร็จกับสโมสรปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง (เปแอ็สเฌ)
ความสำเร็จกับสโมสรเฟเนร์บาเชห์
ความสำเร็จกับสโมสรเชลซี
ที่มา: นีกอลา อาแนลกา (7 พฤศจิกายน 2024) [3]
จุดเด่นที่ทำให้ นิโกลาส์ อาเนลกา เป็นหนึ่งในกองหน้าระดับโลกคือ ความเร็วที่จัดจ้านและการจบสกอร์ที่เฉียบคม โดยเขามีคุณลักษณะเด่นดังนี้
จึงกล่าวได้ว่า Anelka เคยยิงประตูได้ทั้งหมดประมาณ 208 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะ คนสำคัญของสโมสรเรอัล มาดริด โดยเขาอยู่กับสโมสรมาเป็นระยะเวลา 1 ปี (1999–2000) และเขาลงเล่นไปทั้งหมด 33 นัด และทำได้ 7 ประตู แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และมีปัญหาเรื่องการปรับตัว แต่เขาก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
ซึ่งตลอดอาชีพค้าแข้ง อาเนลกาเป็นที่จดจำมากที่สุดกับหมายเลข 39 ซึ่งเขาใส่ยาวนานถึง 5 ฤดูกาลกับเชลซีและใช้กับอีกหลายสโมสร นอกจากนี้เขายังเคยสวมหมายเลข 9 ให้กับอาร์เซนอลและเรอัล มาดริด, หมายเลข 11 กับสโมสรอย่างลิเวอร์พูลและแมนฯ ซิตี้ รวมถึงเคยใช้หมายเลข 19 และ 21 ในช่วงเริ่มต้นและท้ายอาชีพด้วย
สโมสรเยาวชนแห่งแรกคือ Clairefontaine ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลชื่อดังของฝรั่งเศสที่ปั้นนักเตะระดับอาชีพจำนวนมาก เขาเริ่มพัฒนาทักษะพื้นฐานที่นี่ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพเต็มตัวในเวลาต่อมา โดยมีจุดเด่นเรื่องความเร็วและการจบสกอร์ตั้งแต่อายุยังน้อย

